Ampera 2009

Amanah Penderitaan Rakyat patani

จากชายแดนใต้ถึงมินดาเนา


แม้รัฐบาลไทยจะยืนยันเสมอมาว่า ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้รอบใหม่ที่ปะทุขึ้นและรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องเกือบครึ่งทศวรรษ (ตั้งแต่ปี 2547) เป็นปัญหาภายใน และไม่ยอมรับการเจรจาทุกรูปแบบไม่ว่าจะกับตัวแทนขบวนการแบ่งแยกดินแดนในอดีตที่อ่อนพลังลงแล้วในปัจจุบัน หรือบุคคลที่อ้างตัวว่าเป็นตัวแทนกลุ่มก่อความไม่สงบที่ปฏิบัติการก่อเหตุร้ายรายวันอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ก็ตาม
    
แต่ความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ก็คือ ปัญหาความขัดแย้งที่มีฐานจากเรื่องของเชื้อชาติ ศาสนา และวัฒนธรรม เป็นปัญหาที่หลายประเทศในภูมิภาคเดียวกันกับไทยประสบพบเจอและเลือกใช้แนวทางการแก้ไขในรูปแบบที่แตกต่างกันไป และหนึ่งในหลากหลายวิธีนั้นก็คือ การเจรจาสันติภาพ

ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย กับกรณี อาเจะห์ ซึ่งปัจจุบันผ่านกระบวนการเจรจาสันติภาพระหว่างรัฐบาลอินโดนีเซียกับขบวนการอาเจะห์เสรี หรือ (GAM) เรียบร้อยแล้ว ทว่าอาเจะห์ก็กำลังเผชิญกับปัญหาใหม่ๆ ที่ท้าทายไม่แพ้สมัยที่ยังมีการจับปืนสู้รบกัน

ขณะที่ ฟิลิปปินส์ อีกหนึ่งประเทศสมาชิกในสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ก็กำลังปวดเศียรเวียนเกล้าไม่น้อยกับปัญหาความพยายาม ขอปกครองตนเอง ของกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า ขบวนการแนวร่วมปลดปล่อยอิสลามโมโร หรือ เอ็มไอแอลเอฟ (MILF : Moro Islamic Liberation Front) ซึ่งต้องการให้หมู่เกาะมินดาเนาทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ทั้งหมดเป็นรัฐอิสลาม

ที่ผ่านมาการปลดชนวนปัญหาของฟิลิปปินส์ก้าวไปสู่กระบวนการเจรจาสันติภาพแล้วเช่นกัน โดยทั้งสองฝ่ายเกือบจะได้ร่วมลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่ครอบคลุม 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ เรื่องความมั่นคง การฟื้นฟูเยียวยา และอาณาเขตครอบครองของบรรพบุรุษ (Memorandum of Agreement on Ancestral Domain : MOA-AD) ซึ่งเฉพาะประเด็นหลังนี้การเจรจาล้มเหลวมาตลอด กระทั่งเพิ่งมาตกลงกันได้และเตรียมจะลงนามในข้อตกลงสันติภาพที่ประเทศมาเลเซียเมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมานี่เอง
    
ทว่าก่อนพิธีลงนามจะเริ่มขึ้นในวันที่ 5 สิงหาคม 2551 ศาลสูงฟิลิปปินส์ได้มีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวและระงับการลงนามเอาไว้ก่อน จากการยื่นคำร้องของนักการเมืองฝั่งคาธอลิค โดยอ้างว่าทางการฟิลิปปินส์ไม่ได้ปรึกษาประเด็นข้อตกลงทั้งหมดนี้กับพวกเขามาก่อนเลย
    
และเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2551 หรือเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว ศาลสูงฟิลิปปินส์ก็มีคำพิพากษาออกมาเป็นเด็ดขาดว่า ข้อตกลงสันติภาพระหว่างรัฐบาลกับเอ็มไอแอลเอฟขัดกับรัฐธรรมนูญและกฎหมาย หนทางสู่สันติภาพบนเกาะมินดาเนาจึงต้องยืดเยื้อต่อไป
    
จากการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปัญหาของประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงกับไทยทั้งสองประเทศซึ่งดูจะมีพลวัตมากกว่าปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยอยู่พอสมควร จึงน่าจะเป็นบทเรียนอันสำคัญของรัฐบาลไทยที่สามารถนำมาใช้กำหนดยุทธศาสตร์การแก้ปัญหา ทั้งในมิติของความล้มเหลวและความสำเร็จ  อ่านต่อ

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

October 21, 2008 - Posted by | Laporan Khas

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: