Ampera 2009

Amanah Penderitaan Rakyat patani

สุรินทร์ พิศสุวรรณ


สิ่งจำเป็นต่อปอเนาะคือ”วิสัยทัศน์”
    
เลขาธิการอาเซียน มองว่า สิ่งที่จำเป็นและสำคัญมากต่อปอเนาะคือ วิสัยทัศน์ เพื่อว่าภายใน 20 ปีข้างหน้าเยาวชนมุสลิมจะมีการศึกษาที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง
    “
เราหวังให้จำนวนเด็กมุสลิมที่เข้าเรียนในมหาวิทยาลัยมีมากขึ้น สิ่งใดที่อาเซียนช่วยได้ขอให้บอกมา เราพร้อมที่จะช่วย แต่ความรับผิดชอบหลักอยู่ที่นี่ ต้องค้นหาขีดความสามารถให้พบ หากล้มเหลวอย่าชี้หน้าด่าโลกหรือโทษระบบ เป็นสิ่งที่เราต้องรับผิดชอบในภาระหน้าที่ที่ต้องทำ เรายังมีความหวัง แต่ต้องเตรียมตัวให้พร้อม ความร่วมมือทั้งหลายจะตามมา ผมหวังว่าอาเซียนจะเป็นสะพานเชื่อมสิ่งต่างๆ จากข้างนอกเข้ามาสู่สังคมของเรา 

ดับไฟใต้ต้องอดทนยึดหลักนิติธรรม    
    
กับสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนใต้ ดร.สุรินทร์ เห็นว่า หากรัฐบาลเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมกับการแก้ไขปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่ น่าจะเป็นการสร้างความเชื่อถือและลดเรื่องราวร้ายๆ ที่จะเกิดขึ้นได้มากกว่านี้
    “
สถานการณ์ในปัจจุบันยังเป็นเหตุการณ์ประปราย เริ่มมุ่งสู่ความสงบและเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่ก็เป็นช่วงหวั่นไหวของพี่น้องประชาชน เราต้องการความอดทนที่จะเดินหน้าไปในทิศทางตามตัวบทกฎหมาย ยึดหลักนิติธรรม เคารพสิทธิมนุษยชนที่เป็นหลักสากล กระบวนการยุติธรรมต้องได้รับการยอมรับ มีความน่าเชื่อถือ และประชาชนมีส่วนร่วมมากที่สุด หากทำได้เช่นนี้จะดึงเอาความเชื่อถือเชื่อมั่นกลับคืนมา”
    
ส่วนการแก้ไขปัญหาในระยะกลาง ย่อมหนีไม่พ้นเรื่องการศึกษา
    “
เราต้องเตรียมคนให้พร้อมในเรื่องการศึกษา เปิดโอกาสในเรื่องอาชีพการงาน แน่นอนว่าต้องใช้เวลา แต่ไม่นานเกินไป สำคัญคือต้องเคารพในความเป็นอัตลักษณ์และวัฒนธรรมของคนในพื้นที่ โดยมี ศอ.บต. (ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้) ดูแล ผมคิดว่าหลังจากที่มีการยุบ ศอ.บต. ทำให้วิธีคิด ความทรงจำ และวัฒนธรรมองค์กรที่มีมา 25 ปีกับความเชื่อถือของประชาชนลดทอนลงไปมาก ถือเป็นความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด กลายเป็นว่าประชาชนไม่เชื่อมั่นต่อสถานการณ์ ผมเห็นใจทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน ฉะนั้นต้องมีความอดทน พยายาม และเห็นใจกัน การยึดหลักกฎหมายและกระบวนการที่ถูกต้อง และเคารพความเป็นมนุษย์จะช่วยได้มาก” 

ต้องมีรัฐมนตรีเฉพาะดูแลปัญหาใต้
    
ดร.สุรินทร์ ชี้ว่า การสับเปลี่ยนบุคคลากรที่ลงไปทำงานในพื้นที่บ่อยๆ ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน เพราะการเข้าใจความแตกต่างที่แท้จริงเท่านั้นที่จะคลี่คลายปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน
    “
เรื่องของบุคลากรและนโยบายที่ไม่ต่อเนื่องจากส่วนกลางยังเป็นปัญหา จริงๆ แล้วบุคคลที่ได้รับมอบหมายต้องได้การสนับสนุนเพียงพอ ไม่ปรับเปลี่ยนบุคคลบ่อย เพราะเมื่อถูกปรับเปลี่ยนย่อมรู้สึกสั่นคลอน ไม่เข้าใจปัญหา นำไปสู่ความไม่ไว้วางใจ การกำหนดนโยบายต้องเข้าใจปัญหา มีความผูกพัน ควรจะมีระดับรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่รับผิดชอบดูแลอย่างจริงจังและเหมาะสม เข้าใจลึกซึ้ง ทุ่มเทและมีเครือข่าย ทำงานอย่างต่อเนื่องและโปร่งใส 

เข้าใจความต่างคือทางออก
    
ดร.สุรินทร์ ย้ำว่า การเข้าใจความแตกต่างและความหลากหลายเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้กระบวนการแก้ไขปัญหาพลวัตไปได้ด้วยดี รวมทั้งความรู้สึกที่ดีของผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ต่อชนกลุ่มน้อยทุกกลุ่มในเมืองไทย
    “
เราต้องเตรียมคนในอนาคตเพื่อการแข่งขันและไม่มีความรู้สึกต่อต้านที่จะนำไปสู่ความขัดแย้ง ในระยะยาวจะมีองค์กรไหนที่เข้ามาดูแลตรงนี้ ทุกคนต้องช่วยกัน ท่านอานันท์ ปันยารชุน (อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตคณะกรรมการอิสระเพื่อความสมานฉันท์แห่งชาติ) เคยตั้งคำถามว่าเราเข้าใจในความแตกต่างมากน้อยแค่ไหน ฉะนั้นเราต้องเข้าใจและยอมรับความหลากหลายที่มีอยู่”
    “
ยกตัวอย่างเช่น คนในพื้นที่นี้พูดภาษามลายู ซึ่งภาษานี้เป็นภาษาที่คนอีก 200 ล้านคนในอาเซียนใช้สื่อสาร เป็นภาษาสำคัญที่ใช้ในการทำธุรกิจและปรับเปลี่ยนไปสู่ประโยชน์ได้อีกมากมาย จึงขึ้นอยู่กับมุมมองว่าความแตกต่างเช่นนี้มีประโยชน์อย่างไร”
    “
ในภาคอื่นๆ ของเมืองไทยก็มีความแตกต่างทางเชื้อชาติมากกว่าทางภาคใต้ สังคมใหญ่ไม่ได้มีเอกภาพทั้งหมด เราสามารถปรับปรุงทุกอย่างและประสานอยู่ภายใต้ธงไตรรงค์เดียวกันได้ หากเราให้เกียรติกันและกัน เรื่องนี้เป็นความรับผิดชอบของทุกคน สิ่งสำคัญรัฐต้องมีขันติธรรมในการรับฟังปัญหามาร้อยเป็นนโยบายเพื่อการอยู่อย่างมีความสุข 

อาเซียนห่วงไฟใต้แต่ไม่ก้าวก่าย
    
ส่วนบทบาทของอาเซียนในการช่วยสร้างสันติสุขในชายแดนใต้นั้น ดร.สุรินทร์ บอกว่า อาเซียนคงเข้ามาเกี่ยวข้องโดยตรงไม่ได้ แต่จะเป็นการให้ความร่วมมือและช่วยเหลือในรูปแบบต่างๆ
    “
สิ่งที่อาเซียนช่วยเหลือได้จะเป็นการยกระดับการพัฒนา สาธารณสุข สิ่งแวดล้อม และการขยายโอกาสในเรื่องต่างๆ ซึ่งรัฐบาลแต่ละประเทศสามารถใช้อาเซียนให้เป็นประโยชน์ได้ อย่างเช่นความร่วมมือที่มีอยู่ขณะนี้ คือการลดภาษีระหว่างประเทศในกลุ่มอาเซียนด้วยกันเหลือ 0 เปอร์เซ็นต์ ทุกประเทศก็สามารถเป็นตลาดเดียวกันได้ เป็นโอกาสของทุกคนที่สามารถเคลื่อนย้ายไปทำงาน เมื่ออาเซียนพยายามทลายกำแพงที่มีระหว่างกัน ก็จะช่วยในการสร้างระบบ โครงสร้าง และโอกาส อยู่ที่ว่าคนในพื้นที่จะใช้โอกาสนั้นอย่างจริงจังแค่ไหน
    “
อาเซียนมีความเป็นห่วงปัญหาภาคใต้ เราให้กำลังใจ แต่ไม่ได้ก้าวก่าย รัฐบาลไทยขอความช่วยเหลือจากผู้นำมุสลิมในอินโดนีเซียให้เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แก้ไขหลักสูตรการเรียนการสอน ถือเป็นบริบทที่เกิดขึ้นของอาเซียนซึ่งได้วางกรอบกันไว้ 

ยอมรับความหลากหลาย…จุดแข็งมุสลิมอาเซียน
    
ในตอนท้าย ดร.สุรินทร์ กล่าวว่า มุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มีเอกลักษณ์พิเศษมากกว่ามุสลิมที่อื่นทั่วโลก คือการยอมรับความหลากหลาย
    “
ในอาเซียนมีพี่น้องมุสลิมครึ่งหนึ่งของประชากรทั้งหมด ซึ่งส่วนใหญ่ยอมรับความหลากหลาย ใจกว้าง พร้อมปรับตัวรับกับสิ่งใหม่ๆ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของมุสลิมในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถือเนจุดแข็งเมื่อเทียบกับมุสลิมที่อื่นทั่วโลก หากสามารถรักษาสิ่งเหล่านี้เอาไว้ได้จะสามารถแก้ไขปัญหาความขัดแย้งทั้งหมดได้ เหมือนที่มินดาเนา (ประเทศฟิลิปปินส์) และอาเจะห์ (ประเทศอินโดนีเซีย) และอีกหลายที่ที่มีความขัดแย้ง ซึ่งอาเซียนสามารถรักษาความเป็นมุสลิมสายกลางและรับฟังความคิดเห็น”
     “
อุดมการณ์ที่แปลกแยกไม่สามารถรับปัญหาที่เกิดขึ้นได้ แต่ก็ขึ้นอยู่กับบริบทในประเทศนั้นๆ ด้วย หากระบบไม่ให้โอกาส ความยุติธรรมไม่มี ก็จะทำให้ความคิดแบบนี้อันตรายที่สุด ฉะนั้นหากทุกคนมีความรู้สึกเป็นเจ้าของร่วมกัน ปัญหาก็จะไม่เกิด ขึ้นอยู่กับว่ารัฐให้โอกาสหรือเป็นตัวสร้างปัญหา เราต้องพยายามไม่ให้ความคิดเหล่านั้นเข้ามาในสถาบันการศึกษาและเยาวชน หรือเข้ามาแต่ไม่มีพื้นที่รอบด้านให้เป็นปัญหากับคนอื่น ถ้าทำได้ก็จะป้องกันปัญหาได้ทั้งหมด

โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา

September 1, 2008 - Posted by | Laporan Khas

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: